หน้าแรกสมาคมกีฬานนทบุรีกรรมการชมรมกกท.สพก.บุคลากรนักกีฬาดีเด่นภาพกิจกรรมนักกีฬาดาวรุ่งเว็บลิงค์
ยินดีต้อนรับ
สมาชิกใหม่วันที่
nutt14:12:2557
ไอซ์29:10:2557
ดิว14:10:2557
g8:11:2557
เสี่ย7:11:2557
กอล์ฟ6:9:2557
ภีม23:3:2557
upup20:3:2557
บูม18:3:2557
tttttt13:2:2557
สมาชิกเข้าระบบ
ยูสเซอร์เนม :
รหัสผ่าน :
 

ลืมรหัสผ่าน  |   สมาชิกใหม่

ปากเกร็ดคัพ
ปิงปองอบจ.นนทบุรีคัพ
สมาคมกีฬาจังหวัด
กีฬาแห่งชาติ
กีฬาเยาวชนแห่งชาติ
สาระความรู้ต่างๆ ทั่วไปเกี่ยวกับกีฬาปิงปอง
เล่นปิงปองให้สนุกและถูกวิธี
อุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับกีฬาปิงปอง

ปฏิทินกิจกรรมพิเศษ
December 2014
S M T W T F S
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      
             
สมาชิกจดหมายข่าว
สมัคร ยกเลิก
บริการรถทัวส์
ต้องการให้ชมรมเทเบิลเทนิสมีกิจกรรมอะไร (10361)
จัดการแข่งขันระดับเยาวชน (2155)
20.80%
จัดการแข่งขันกีฬานักเรียน (2116)
20.42%
อบรมผู้ฝึกสอน(2254)
21.75%
จัดการแข่งขันระดับประเทศ (1965)
18.97%
พาไปแข่งขันต่างประเทศ (1871)
18.06%
มีอีก>>
ประเภทยางปิงปอง

ยางปิงปองมีกี่ประเภท

1. ยางเรียบ ­Pimples-in
ยางเรียบจะให้คุณสมบัติความหมุน(Spin) ได้ดีที่สุด และจะเป็นหน้ายางที่เล่นได้ง่ายเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มเล่นปิงปองทุกคน
 

2. ยางเม็ดสั้น ­Pimples-out
ยางเม็ดสั้นจะมีคุณสมบัติในการให้ความเร็วได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเล่นเร็ว โดยทั่วไปยางเม็ดสั้นมักจะนิยมนำมาไว้ใช้ในด้านแบ๊คแฮนด์มากกว่าโฟร์แฮนด์ มีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการจะเล่นยางประเภทเม็ดสั้นนี้จะขอแนะนำให้ฝึกซ้อมโดยใช้ยางเม็ดสั้นมาตั้งแต่เริ่มเล่นเลย เพราะจะทำให้เกิดความชำนาญและความคุ้นเคยได้ดีกว่ามาเปลี่ยนเล่นภายหลัง โดยเฉพาะการเล่นยางเม็ดสั้นนี้จะต้องตีจังหวะที่เร็ว(จังหวะที่ลูกลอยขึ้นก่อนถึงจุดสูงสุด) จึงจะได้เปรียบคู่ต่อสู้



3. ยางเม็ดยาว Long-pimples
ยางเม็ดยาวจะเป็นยางที่เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นการรับ การเล่นยางเม็ดยาวนี้ จะต้องผ่านการฝึกและได้รับการแนะนำจากผู้ที่มีความชำนาญในการเล่นยางประเภทนี้มาโดยเฉพาะ จึงจะทำให้เกิดความลำบากกับคู่ต่อสู้ได้ ลักษณะของลูกปิงปองที่เกิดจะการเล่นยางชนิดนี้จะมีความไม่แน่นอนที่สูง บางครั้งลูกจะมีอาการแกว่งไปมา บางครั้งลูกจะไม่หมุนเลย หรือบางครั้งลูกจะหนักมาก ฯลฯ สำหรับการเล่นยางปิงปองชนิดนี้ในประเทศไทย สมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทยได้กำหนดอายุผู้ที่สามารถเล่นยางชนิดนี้ได้ต้องอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไปเท่านั้นจึงจะอนุญาตให้แข่งขันได้ 



4. ยางเม็ดกึ่ง Half-pimples
ยางเม็ดกึ่งจะมีความยาวของเม็ดยางอยู่กึ่งกลางระหว่างยางเม็ดสั้นและยางเม็ดยาว ซึ่งยางเม็ดกึ่งนี้จะให้คุณสมบัติที่คล้ายๆ กับยางเม็ดยาว การจะเล่นให้เกิดความชำนาญจึงต้องการการฝึกซ้อมที่เป็นพิเศษเช่นกัน 


5. ยางแอนตี้ Anti-rubber
ยางประเภทนี้จะมีหน้ายางที่เรียบเหมือนกับยางเรียบ (Pimples-in) แต่จะแตกต่างที่ยางชนิดนี้จะไม่ความหมุนเลย ซึ่งลูกที่เกิดจากการตียางชนิดนี้จะตรงกันข้ามกับที่เกิดขึ้นกับยางเรียบ เช่น หากยางเรียบตัดมาเป็นลูกหนัก เราใช้ยางแอนตี้ตัดกลับไปจะเป็นลูกเบา ฯลฯ


ฟองน้ำของยางปิงปอง

(รูปถ่ายจากภาพตัดขวาง แสดงให้เห็นลักษณะข้างในของฟองน้ำยางปิงปอง)

1. ฟองน้ำชนิดนิ่ม Soft sponge
จะให้คุณสมบัติที่เหมาะสำหรับผู้ชอบเล่นลูกหมุนแบบต่างๆ เช่น ผู้ที่ชอบเล่นลูกบุกแบบ TOP SPIN , ผู้ที่ชอบเล่นการบล๊อคหรือตั้งรับ ซึ่งจะให้การควบคุมลูกได้ดี

2. ฟองน้ำชนิดนิ่มปานกลาง Medium sponge
จะให้คุณสมบัติที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเล่นลูกหมุนและเร็ว สามารถเล่นได้ดีทั้งเกมส์รุกและเกมส์รับ

3. ฟองน้ำชนิดแข็ง Hard sponge
เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเล่นลูกพุ่ง เน้นเกมส์เร็วเป็นพิเศษ  


กติกาสำหรับยางปิงปอง

1. หน้าไม้เทเบิลเทนนิสด้านที่ใช้ในการตีลูกจะต้องมีวัสดุปิดทับ วัสดุนั้นจะเป็นยางเม็ดธรรมดาแผ่นเดียวกัน โดยหันเอาเม็ดออกมาด้านนอกและไม่มีฟองน้ำรองรับ แผ่นยางชนิดนี้เมื่อปิดทับหน้าไม้และรวมกับกาวแล้วจะต้องมีความหนาทั้งสิ้นไม่เกิน 2 มิลลิเมตร หรือแผ่นยางแผ่นเดียวกันชนิดมีฟองน้ำรองรับโดยจะหันเอาเม็ดอยู่ด้านในหรือเอาเม็ดอยู่ด้านนอกก็ได้ ยางชนิดนี้เมื่อปิดทับหน้าไม้และรวมกับกาวแล้วจะต้องมีความหนาทั้งสิ้นไม่เกิน 4 มิลลิเมตร
1.1) แผ่นยางเม็ดธรรมดา จะต้องเป็นชิ้นเดียวและไม่มีฟองน้ำรองรับจะทำด้วยยางหรือยางสังเคราะห์ มีเม็ดกระจายอยู่อย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า 10 เม็ดต่อ 1 ตารางเซนติเมตร และไม่มากกว่า 50 เม็ดต่อ 1 ตารางเซนติเมตร
1.2) แผ่นยางชนิดมีฟองน้ำ ประกอบด้วยฟองน้ำชิ้นเดียวปิดคลุมด้วยแผ่นยางเม็ดธรรมดาชิ้นเดียว ซึ่งความหนาของแผ่นยางธรรมดานี้จะต้องมีความหนาไม่เกิน 4 มิลลิเมตร

2. วัสดุปิดทับหน้าไม้จะต้องปิดทับคลุมหน้าไม้ด้านนั้นๆ และจะต้องไม่เกินขอบของหน้าไม้ออกไป ยกเว้นส่วนที่ใกล้กับด้ามจับที่สุดและที่วางนิ้วอาจจะหุ้มหรือไม่หุ้มด้วยวัสดุใดๆ ก็ได้ ซึ่งอาจจะถูกพิจารณาว่าเป็นส่วนหนึ่งของด้ามจับ
3. หน้าไม้เทเบิลเทนนิส ชั้นภายในหน้าไม้และชั้นของวัสดุปิดทับต่างๆ หรือกาวจะต้องสม่ำเสมอและมีความหนาเท่ากันตลอด
4. หน้าไม้เทเบิลเทนนิสด้านหนึ่งจะต้องเป็นสีแดงสว่าง และอีกด้านหนึ่งจะต้องเป็นสีดำ โดยไม่คำนึงว่าหน้าไม้นั้นจะใช้ตีลูกเทเบิลเทนนิสหรือไม่ และจะต้องมีสีกลมกลืนอย่างสม่ำเสมอไม่สะท้อนแสง ตามขอบของไม้เทเบิลเทนนิสจะต้องไม่เป็นสีสะท้อนแสงหรือมีส่วนหนึ่งส่วนใดเป็นสีขาว
5. วัสดุที่ปิดทับหน้าไม้สำหรับตีลูกเทเบิลเทนนิสจะต้องมีเครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ ผู้ผลิต ยี่ห้อ รุ่น และเครื่องหมาย ITTF แสดงไว้อย่างชัดเจนใกล้กับขอบของหน้าไม้ โดยจะต้องเป็นชื่อยี่ห้อและชนิด ที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ ครั้งหลังสุดเท่านั้น


6. สำหรับกาวที่มีส่วนประกอบของสารพิษจะไม่อนุญาตให้ใช้ทาลงบนหน้าไม้เทเบิลเทนนิส ผู้เล่นจะต้องใช้กาวแผ่นสำเร็จรูป หรือกาวที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติเท่านั้น
7. การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของความสม่ำเสมอของผิวหน้าไม้หรือวัสดุปิดทับหรือความไม่สม่ำเสมอของสีหรือขนาด เนื่องจากการเสียหายจากอุบัติเหตุ การใช้งานหรือสีจาง อาจจะอนุญาตให้ใช้ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าเหตุเหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญต่อคุณลักษณะของผิวหน้าไม้หรือผิววัสดุปิดทับ
8. เมื่อเริ่มการแข่งขันและเมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นเปลี่ยนไม้เทเบิลเทนนิสระหว่างการแข่งขัน ผู้เล่นจะต้องแสดงไม้เทเบิลเทนนิสที่เขาเปลี่ยนให้กับคู่แข่งขันและกรรมการผู้ตัดสินตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
9. เป็นความรับผิดชอบของผู้เล่นที่จะต้องมั่นใจว่าไม้เทเบิลเทนนิสนั้นถูกต้องตามระเบียบและกติกา

view(6524)